วันอาทิตย์, 22 พฤษภาคม 2565

หลักการพยากรณ์ชาตาเมืองโดยสังเขป

29 มิ.ย. 2021
297
เรื่อง “หลักการพยากรณ์ชาตาเมืองโดยสังเขป”
(ตามแนวทางของคัมภีร์เผด็จรามเหียร)
โดย พันจ่าอากาศเอก บุญช่วย ชุ่มเชิงรักษ์
อดีตนายกสมาคมสหพันธ์โหร และอดีตกรรมการสมาคมโหรแห่งประเทศไทยฯ
—————————————————————
เคยมีนักศึกษา และ นักค้นคว้า ตลอดจนท่านผู้สนใจในวิชาโหราศาสตร์หลาย ๆ ท่านได้ถามผมอยู่เสมอว่า การพยากรณ์ดวงชาตาเมืองจะเหมือนกับพยากรณ์ดวงชาตาบุคคลหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ผมคิดว่าคงจะมีอยู่อีกหลายท่านที่ยังไม่เข้าใจเรื่องนี้กระจ่างแจ้งพอ ผมจึงขออธิบายโดยสังเขปในพยากรณสารภาคผนวกนี้ เพื่อท่านที่ยังไม่เข้าใจ ยังสงสัย ยังคลางแคลงใจอยู่จะได้สิ้นกังวลหายสงสัยกันเสียที
ความจริง การพยากรณ์ดวงชาตาเมืองโดยทั่ว ๆ ไป หลักเกณฑ์การอ่าน และการวินิจฉัยทุกอย่าง ก็เหมือนกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นดวงชาตาบุคคล ดวงฤกษ์ยามอย่างใด การอ่านข้อแรกจะต้องอ่านดูว่า
(๑) ดาวเคราะห์ที่ครองเมืองนั้น ๆ ได้มาตรฐานหรือเปล่า ?
(๒) ธาตุ และลักษณะราศี เป็นอะไร ? (เช่น เป็นธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ ธาตุลม และลักษณะของราศี เป็นราศีชั้น ๑-๒-๓ อย่างนี้เป็นต้น)
(๓) ความสัมพันธ์ของดาวเคราะห์ ได้โยคเกณฑ์อะไรบ้าง ? สัมพันธ์ดี สัมพันธ์ร้าย อย่างไร ?
นี่ท่านผู้อ่านก็จะเห็นได้ว่า หลักเกณฑ์การทาย หรือ การวินิจฉัยเหมือนกันทุกอย่าง แต่จะผิดอยู่ตรงที่ความหมายของดาวเคราะห์ กับ เรือน หรือ ภพ เท่านั้น ที่เปลี่ยนแปลงไปตามภูมิประเทศ – เปลี่ยนแปลงไปตามสิ่งแวดล้อม ตามหลักสากลนิยม ตามความหมายของภาคพยากรณ์ชาตาเมือง อย่างเช่น ความหมายของดาวเคราะห์ต่าง ๆ ในดวงชาตาเมือง แปลความหมายบางอย่างผิดกับดวงชาตาบุคคล ซึ่งผมจะกล่าวถึงความหมายที่เกี่ยวกับการพยากรณ์ดวงชาตาเมือง ดังนี้
ดาวอาทิตย์ ประมุขของประเทศ พระเจ้าแผ่นดิน พระราชินี จักรพรรดิ ประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี ผู้นำของประเทศ รัฐมนตรี นักบริหาร นักปกครอง ผู้อำนวยการ ผู้จัดการ
ดาวจันทร์ พระราชินี ประชาชน พลเมือง มหาสมุทรและทะเลทั่วไป อาชีพพลเมืองเกี่ยวกับทะเล – การเดินเรือ พืชผล การผลิต การกสิกรรม การเกษตรกรรม สภาพความเป็นอยู่ของประชาชน – พลเมือง สำหรับตำแหน่งของดาวจันทร์โดยทั่วไปจะต้องเป็นตำแหน่งรองจากดาวอาทิตย์ทั้งนั้น (เพราะดาวจันทร์ต้องได้แสงจากดาวอาทิตย์นั่นเอง)
ดาวอังคาร ดาวสงคราม ทหารเรือ ทหารบก ทหารอากาศ ตำรวจ อาวุธทุกชนิด พวกขบถ พวกก่อการ นักก่อกวน อาชญากร ฆาตกร อัคคีภัย โรคระบาด ภยันตรายที่ร้ายแรง ผู้วางเพลิง คนวางยาพิษ ความผันแปร ความเคลื่อนไหว พลังงานและกัมมันตภาพในการดำเนินงาน
ดาวพุธ การคมนาคม การสื่อสาร พวกสื่อมวลชน โรงเรียน มหาวิทยาลัย การชุมนุมทางการ การเมือง การอภิปรายในรัฐสภา การทำสัญญากับต่างประเทศ การเจริญพระราชไมตรี การสัมพันธ์ทางการทูต การโฆษณาชวนเชื่อ ระดับการศึกษาของประเทศ
ดาวพฤหัสบดี ความไพบูลย์ ความสันติสุข การเจริญและการเสื่อมของศาสนา การเจริญของประเทศชาติบ้านเมือง พิธีการของกษัตริย์และพิธีการเกี่ยวกับประชาชน ศัตรูลับของประเทศ (แนวที่ ๕) อาชญากรรมที่ลึกลับสลับซับซ้อน
ดาวศุกร์ ความรักสวยรักงามของประชาชน การแสดงออกทางด้านจิตใจของประชาชนว่าสูงหรือต่ำ วิจิตรศิลป์ทุกชนิดของประเทศ เศรษฐกิจและหลักทรัพย์ การเงินทั่วไป นาฏศิลป์ของชาติ ความไพบูลย์ทุกชนิดของประเทศ และการรักสันติสุขของประชาชนพลเมือง
ดาวเสาร์ นักปกครอง รัฐมนตรีจนถึงพลทหาร – พลตำรวจ ข้าราชการ รัฐบาล – เทศบาล – ตำรวจ – สภา ความยุติธรรม กฎหมาย ความเสมอภาคและระเบียบแบบแผน – วินัย เงินสำรองของรัฐ รัฐวิสาหกิจ การธนาคาร ทรัพย์ในดินสินในน้ำ อุตสาหกรรมหนัก – เบา คนควบคุมงานและงานก่อสร้างสาธารณะ (น่าจะเป็นเทศบาล) คนชรา ความอดยาก ความหิวโหย ความยากจนข้นแค้นของประเทศ
ดาวมฤตยู ตัวแทนของประชาชน ผู้บริหารประเทศ ผู้มีอำนาจสูงสุดในการบัญญัติกฎหมาย สภานิติบัญญัติ สภานคร สภาเมือง สภาท้องถิ่น องค์การสมาคม – สโมสรต่าง ๆ ผู้เชี่ยวชาญทางโทรทัศน์ – วิทยุ วิทยาศาสตร์ การขนส่งทางบกและทางอากาศ การสไตร๊ค การจลาจล การนัดหยุดงาน การประท้วง เกิดภัยพิบัติอย่างร้ายแรง
ดาวเนปจูน หรือดาวพระสมุทร – ดาวพระวรุณ ได้แก่ประชามติ ตัวแทนฝ่ายประชาธิปไตย อิทธิพลและประโยชน์ของประชาชน องค์การสาธารณะ เช่น โรงพยาบาล สภากาชาด กิจการเกี่ยวกับการกุศล ความสุข ความสันติ ความราบรื่น ความขาดแคลน ความอลเวง การขบถ การจลาจล การขัดแย้งทางการเมือง ความไม่พึงพอใจระหว่างชนชั้น
ดาวพลูโต หรือ ดาวพระยม หัวหน้าองค์การต่าง ๆ มรรคทายก องค์การกรรมกร งานเป็นกลุ่มหรืองานเป็นคณะ นายทุนผู้มีอำนาจ กรรมกรที่อ่อนระโหยโรยแรง สวัสดิภาพและสังคมสงเคราะห์ พวกก่อการร้ายทางโจรกรรม การปฏิวัติระเบียบและรากฐานที่เก่า ๆ ออกให้หมด หรือ ทำลายของเก่าให้หมดสิ้นไป สร้างสรรค์ของใหม่ขึ้นมาอีก อย่างหนึ่งเป็นต้น (ดาวราหู และ ดาวเกตุ ไม่นิยมใช้แปลความหมายเกี่ยกับดวงชาตาเมือง)
สำหรับ เรือน หรือ ภพนั้น แปลความหมายผิดเพี้ยนกับดวงชาตาบุคคลบ้าง ซึ่งทั้งนี้ก็แล้วแต่กรณีแวดล้อม
เรือนที่ ๑ หรือ ลัคนา หมายถึงรูปร่างและลักษณะของพื้นภูมิประเทศและพลเมืองส่วนรวมทั้งหมด สภาพทั่วไปของตัวเมืองและประเทศ ความไพบูลย์พูลสุข มั่งมี ยากจน มากน้อยแค่ไหนแล้วแต่ตำแหน่งลัคนาของประเทศนั้น ๆ จะสถิตราศีไหน ? มีดาวศุภเคราะห์ – ดาวบาปเคราะห์ สัมพันธ์ถึงมากน้อยกว่ากันอย่างไร
เรือนที่ ๒ เศรษฐกิจ ทรัพยากรของชาติ การคลัง การภาษีอากร ศุลกากร ธุรกิจการงาน – การค้าที่เกี่ยวกับการเงิน การธนาคาร ตลาดหุ้นส่วน การค้าระหว่างประเทศ ความเป็นอยู่ของประชาชนพลเมือง
เรือนที่ ๓ การขนส่งทุกชนิดทั้งภายในและภายนอก การสื่อสาร – การคมนาคมของประเทศ อุตสาหกรรมการพิมพ์ ระดับการศึกษาของชาติ มหาวิทยาลัยและโรงเรียนต่าง ๆ ประเทศเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียง การสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
เรือนที่ ๔ สภาพของดินฟ้าอากาศ พื้นดิน พืชผล ไร่นาธัญญาหาร อุตสาหกรรมหนักและเบา คณะพรรคในสภา การคมนาคมและสื่อสารทั้งในและนอกประเทศ
เรือนที่ ๕ งานเกี่ยวกับการสังคมของประชาชนพลเมือง สถานที่มหรสพต่าง ๆ ที่หย่อนใจ โรงเรียน การกีฬา การพนันขันต่อ การแข่งขัน การสนุกสนานร่าเริงของประชาชนแต่ละจังหวัด หรือ แต่ละประเทศ
เรือนที่ ๖ ข้าราชบริพาร ข้าราชการพลเรือน และชนชั้นกรรมาชีพ กองทัพต่าง ๆ ของรัฐ การสาธารณสุข การบริการของประเทศ สุขภาพของประชาชนพลเมือง สวัสดิการของหน่วยงานและองค์การต่าง ๆ (เช่น กรมประชาสงเคราะห์)
เรือนที่ ๗ การต่างประเทศ การสัมพันธ์ทางการทูต การเมืองภายในและนอกประเทศ ความเป็นอยู่ของประชาชน การแต่งงานหรือการสมรสของประชาชนตามประเพณีของชาติบ้านเมืองนั้น ๆ สินค้าขาเข้า – ออก ประเทศที่เป็นพันธมิตร ประเทศที่เป็นคู่สงคราม
เรือนที่ ๘ นโยบายของรัฐ ความสัมพันธ์ทางการเงินกับต่างประเทศ สภาองคมนตรี โรคระบาด สำมะโนครัวคนเกิด – คนตาย ภาษีอากร การกู้เงินของประเทศ
เรือนที่ ๙ การคมนาคมทางทะเล อุตสาหกรรมการก่อสร้างเกี่ยวกับเครื่องบิน – เรือเดินทะเล มหาวิทยาลัย วิทยาศาสตร์ การศาสนา สิงตีพิมพ์ ข่าวสารการเมือง สถาบัน ศาสตราจารย์ กระทรวงการต่างประเทศ การโฆษณาทุกชนิด
เรือนที่ ๑๐ คณะรัฐบาล กษัตริย์ ประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี บุคคลสำคัญของชาติ การค้าของประเทศ โรงงานอุตสาหกรรมหนัก – เบา การเกษตร สินเชื่อและอำนาจ เกียรติยศ เกียรติคุณ ชื่อเสียงของประชาชนและของประเทศ
เรือนที่ ๑๑ รัฐสภา สภาสามัญ สภาท้องถิ่น นโยบายและความมุ่งหมายของชาติ สัมพันธภาพทางการทูต สัมพันธมิตรกับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ทุนสำรองของประเทศชาติ เงินกู้ของรัฐที่เกิดดอกออกผลแก่ประชาชน
เรือนที่ ๑๒ จารชน อาชญากร สมาคมลับหรือคณะพรรคลับ องค์การประชาสงเคราะห์ทั่วไป โรงพยาบาลโรคจิต สถานที่รับเงินการกุศล การวินาศกรรม การทุกข์ระทมและความสูญเสียของชาติ
ท่านผู้อ่านคงเห็นแล้วนะครับ ว่าความหมายแต่ละภพ หรือเรือนนั้นก็หมายไปถึงเรื่องราวได้หลายอย่าง หากจะอธิบายโดยละเอียดก็จะกินเนื้อที่หน้ากระดาษมากเกินไป ผมจะสมมุติอย่างง่าย ๆ ว่า ดาวอังคารถ้าเป็นดวงชาตาบุคคลหรือทายจรก็เป็นดาวบู๊ ทะเลาะ วิวาท ชกต่อย แต่เมื่อวิจารณ์ตามดวงเมืองหมายถึงการสงคราม การจลาจล โรคระบาดอย่างนี้เป็นต้น ผมคิดว่าอธิบายกันอย่างง่าย ๆ ธรรมดา ๆ คงเข้าใจดี
ส่วนแนวทางวิธีพยากรณ์ – ชาตาบ้านเมืองนั้น มีกฎเกณฑ์อีกหลายประการ คือ
(๑) ต้องคำนวณแผนผังชาตาเมืองนั้น ๆ เมื่อดวงอาทิตย์ยกเข้าราศีจุดทวารราศีแห่งฤดูกาล แม่ธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งเป็นแม่ธาตุของจักรราศี คือ
๑) วสันตวิษุวัติ ภาคของราศีเมษ – พฤษภ – มิถุน
๒) คริษมายัน ภาคของราศีกรกฎ – สิงห์ – กันย์
๓) ศารทวิษุวัติ ภาคของราศีตุล – พิจิก – ธนู
๔) เหมายัน ภาคของราศีมกร – กุมภ์ – มีน
การใช้หลักอาทิตย์ยกเข้าสู่ราศีทวารนั้นใช้เป็นมูลฐานการพยากรณ์เหตุการณ์ภายในรอบ ๓ เดือน ดังนั้นดวงทั้ง ๔ ทวารจึงใช้เป็นหลักการพยากรณ์ได้ ๑ ปีพอดี
(๒) คำนวณดวงวันอมาวสี หรือ วันดับ ซึ่งเกิดขึ้นจากการจรดวงของดาวจันทร์ กับดาวอาทิตย์ในจักรราศี ดาวจันทร์กุมดาวอาทิตย์ต้องสนิทองศา ลิบดา พิลิบดา ในเวลาเท่านั้นเท่านี้พอดี (เวลาอมาวสีปฏิทินฝรั่งเขาระบุไว้เสร็จ) เมื่อจุดเวลาอมาวสีอยู่ในราศีไหน ก็ใช้จุดราศีนั้นทายเหตุการณ์ประจำเดือนหนึ่ง ๆ แล้วดูว่าสัมพันธ์ได้โยคเกณฑ์กับดาวเคราะห์ใดบ้าง แต่ถ้าวันอมาวสีมีดาวเคราะห์หลายดวงอยู่ในเรือนหรือเรือนมุม (คือ ภพ ๑ – ๔ – ๗ – ๑๐) แสดงว่า ดวงอมาวสีดวงนั้น ต้องมีความสำคัญเป็นพิเศษ แต่ถ้าไม่มีและไม่ได้สัมพันธ์กับอะไร ก็พยากรณ์เหตุการณ์ธรรมดา ๆ
(๓) คำนวณดวงวันปูรณมี หรือ วันเพ็ญ เกิดจากดวงจันทร์เล็งดวงอาทิตย์ได้ ๑๘๐ องศา ของทุก ๆ เดือนแห่งวันอมาวสี สำหรับใช้พยากรณ์เหตุการณ์ในระยะ ๑๕ วัน การพิจารณาตำแหน่งดาวเคราะห์ก็พิจารณาว่ามีดาวเคราะห์ดวงใดสัมพันธ์กัน หรือ อยู่ในเรือนใด มุมใดในดวงอมาวสีด้วย
(๔) หากมีสุริยุปราคา หรือ มีอุปราคาในเรือนใด ต้องถือเป็นกรณีพิเศษ เพราะการเกิดขึ้นย่อมเป็นสัญลักษณ์ไปในทางไม่ดีมากกว่าดี แม้ดวงชาตาบุคคลก็เหมือนกัน
(๕) ถ้าดาวเคราะห์ที่สำคัญ ๆ กุมกัน นั่นหมายความว่าจะต้องมีส่วนสำคัญ ๆ เกิดขึ้นอย่างแน่นอน (อย่างเช่น เมื่อปี ๒๕๐๕ ดาว ๙ ดวงกุมกันในราศีมกร ซึ่งเป็น ๑๐ แก่ลัคนาเมืองไทยเราอย่างนี้เป็นต้น)
เท่าที่ผู้เขียนได้อธิบายมาพอเป็นสังเขปเช่นนี้ คงจะมีท่านผู้อ่านที่เคยสงสัยคงจะถึง “บางอ้อ” กันบ้าง สำหรับผู้เขียนขอยอมรับว่า “รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม” เท่านั้น เพราะทรรศนะของผู้เขียนเห็นว่า เรื่องการหม้อข้าวสำคัญกว่าการเมือง จึงเขียนเท่าที่ได้รู้มาเช่นนี้ แต่ความจริงแล้ว ยังมีประเด็นแยกแยะออกไปอีก เช่น สุริยุปราคาเกิดขึ้นราศีไหนจะเป็นยังไง อุปราคาเกิดขึ้นแก่ราศีนั้น ๆ จะมีอะไรเกิดขึ้นนั้น จะต้องเขียนกันเป็นจำนวนหลาย ๆ สิบหน้า จึงอยากจะขอยุติเพียงเท่านั้นก่อนนะครับ ฉบับหน้าค่อยคุยและพบกับผู้เขียนใหม่ครับ สวัสดี.
—————————————————————
ที่มา​ : พยากรณ์​สาร​ ภาคผนวก​ ชุดที่ 1 หน้าที่​ 75​ -​ 86​ จ​ัดพิมพ์โดย​โรงพิมพ์​ศิวาศรม​
เผยแพร่​เป็น​วิทยาทาน​โดย​ โหร​ชัยวัฒน์​ สดชื่น
(29/6/2564)