วันอาทิตย์, 22 พฤษภาคม 2565

ปทุมเกณฑ์

จันทร์เป็นสิบเอ็ดแท้ แก่ลัคน์
พฤหัสสี่ทรงศักดิ์ แช่มช้อย
ศุกร์สามดังนี้จัก ยเจริญ ยิ่งยศแฮ
หากว่าชาติต่ำต้อย ยกให้เสมอพงศ์

ปทุม แปลว่า ดอกบัว ดังนั้นชะตาใครที่มีดาวที่กำหนดในบทกลอนอยู่ในราศีที่เป็นปทุมเกณฑ์จะเป็นคนที่มีเสน่ห์ เป็นที่รักที่ชอบของคนทั้งหลายทั้งปวง รวมถึงวาสนาที่ดี
ในเรื่องของการมีปทุมเกณฑ์นั้น มีความคิดเห็น ที่ต่างกัน
กรณีตำราที่ตีความปทุมเกณฑ์ เพียงดาวหนึ่งดวงก็ให้คุณกับเจ้าชะตาในเรื่องของความมีเสน่ห์ คนรักคนหลงสงสาร
ส่วนในบางตำรามี ความคิดเห็นว่าปทุมเกณฑ์แท้นั้นควรจะเป็น
กรณี จันทร์เป็นสิบเอ็ดเเท้เเก่ลัคนาคือ ลัคนาต้องอยู่ราศี กรกฎ เท่ากับจันทร์เป็นมหาอุจ ตามรูป
กรณี พฤหัสเป็นสี่ทรงศักดิ์ ลัคนาต้องอยู่มีน หรือธนู ซึ่ง การที่พฤหัสอยู่เรือนที่สี่ นั้น จะทำให้พฤหัสอยู่ในตำแหน่งแม้จะเป็นประแต่เป็นอุจจาวิลาสและได้อัมพุเกณฑ์ และเกษตรในเรือนธนู(ดาวพฤหัสบดีเอง)
กรณี ศุกร์เป็นสามเเก่ลัคนา ลัคนาก็ต้องอยู่พฤษภ ไม่ก็ตุลย์ ดาวศุกร์จะอยู่เรือนกรกฎเป็นราชาโชค และอยู่เรือน พฤหัสบดีเป็นตำแหน่ง มหาจักร

ส่วนบางตำรา ระบุว่า ดาวจันทร์ พฤหัส ศุกร์ เป็นดาวศุภเคราะห์ ดังนั้นต้องสถิตในเรือนที่ดีทั้ง 3 ดวง ดวงชะตาจะเข้าหลักปทุมเกณฑ์นี้ ซึ่งไม่ได้พบเห็นง่ายๆ เพราะต้องเข้ากฎทั้ง 3 ข้อ คือ จันทร์ เป็นสิบเอ็ดแก่ลัคน์ พฤหัส เป็นสี่แก่ลัคน์ ศุกร์ เป็น สามแก่ลัคน์ และ คุณภาพดาวต้องสูงด้วย ผู้ที่ได้เกณฑ์นี้เป็นผู้มีวาสนา แม้เกิดมาตกต่ำก็ขึ้นสูงได้อย่างแน่นอน
จันทร์ สถิต(ลาภะ) เป็นผู้มากมายแห่งความสำเร็จ ความอุดมสมบูรณ์ กิริยาท่าทางเป็นที่พึงพอใจต่อคนใกล้ชิด
พฤหัส สถิต (พันธุะ) ครอบครัวสง่าผ่าเผย เป็นที่เคารพยกย่องจากคนภายนอก ตั้งอยู่ในทำนองคลองธรรม
ศุกร์ สถิต (สหัชชะะ) เป็นที่รักในแวดวงสังคม หมู่เพื่อนฝูง

 

เราได้รู้จัก ดาวชูโรง ในดวงชะตาแล้วว่าจะมีบทบาทสำคัญที่ส่งผลให้กับเจ้าชะตาตามลักษณะและคุณภาพของดาวชูโรง
ในตอนนี้จะกล่าวถึง เกณฑ์ดาวต่างๆ ที่ช่วยกันส่งอิทธิพลถึงเจ้าชะตา

 

ดาวจันทร์ พฤหัส ศุกร์ เป็นดาวศุภเคราะห์ทั้ง 3 ดวง สถิตในเรือนมงคลทั้ง 3 ดวง ดวงชะตาจะเข้าหลักปทุมเกณฑ์นี้ ไม่ได้มีง่ายๆ
เพราะต้องเข้ากฎทั้ง 3 ข้อ คือ จันทร์ เป็น 11 แก่ลัคน์, พฤหัส เป็น 4 แก่ลัคน์, ศุกร์ เป็น 3 แก่ลัคน์ และ คุณภาพดาวต้องสูงด้วย
(หากต่ำกว่า 35 ก็จะลดทอนในส่วนของดาวดวงนั้นไป) ผู้ที่ได้เกณฑ์นี้เป็นผู้มีวาสนา แม้เกิดมาตกต่ำก็ขึ้นสูงได้อย่างแน่นอน (ตามชื่อที่ตั้งของเกณฑ์)

จันทร์ สถิต ลาภะ -> เป็นผู้มากมายแห่งความสำเร็จ ความอุดมสมบูรณ์ กิริยาท่าทางเป็นที่พึงพอใจต่อคนใกล้ชิด
พฤหัส สถิต พันธุะ -> ครอบครัวสง่าผ่าเผย เป็นที่เคารพยกย่องจากคนภายนอก ตั้งอยู่ในทำนองคลองธรรม
ศุกร์ สถิต สหัชชะะ -> เป็นที่รักในแวดวงสังคม หมู่เพื่อนฝูง

รวมคำพยากรณ์จากทั้ง 3 ข้างต้น ออกมาก็ตรงตามความหมายของปทุมเกณฑ์

ลองมาพิจารณาตัวอย่างอื่นๆ

ตัวอย่าง 1
พิจารณา ปทุมเกณฑ์ ต่อ หากดวงชะตาเข้าหลักปทุมเกณฑ์แต่ดาวทั้ง 3 ดวง มีคุณภาพต่ำ จะให้ผลอย่างไรกับเจ้าชะตา

จันทร์ คุณภาพที่ระดับ 5 สถิต ลาภะ -> ความสำเร็จลดทอนไม่แจ่มจรัส/ไม่อำนวยผลอย่างที่ปรารถนา กิริยาท่าทางก็แข็งกร้าวไม่นิ่มนวล (ความหมายของดาวจันทร์เสียด้วย)
พฤหัส คุณภาพที่ระดับ 10 สถิต พันธุ -> ครอบครัว/หลักทรัพย์ สั่นคลอน ไม่สมบูรณ์ไม่เป็นปรึกแผ่น มีความคิดเห็นที่ไม่ถูกต้องตามหลักคุณธรรม (ความหมายของพฤหัสเสีย)
ศุกร์ คุณภาพที่ระดับ 12 สถิต สหัชชะ -> ในแวดวงสังคมก็ไม่เป็นที่ตรึงตาตรึงใจในหมู่คน

รวมคำพยากรณ์จากทั้ง 3 ข้างต้น ออกมาก็ตรงกันข้ามกับความหมายของปทุมเกณฑ์
(ขอสมมติคุณภาพดาวให้ต่ำมากๆ เพื่อให้เห็นชัดว่าเป็นดาวเสีย ซึ่งโดยปกติแล้วคุณภาพดาวที่ระดับ 58 เป็นปกติ หากต่ำกว่า 58 ไม่มาก
ก็ยังจัดว่าพอใช้ได้ ถ้าต่ำกว่า นี้ก็ควรพิจารณาให้เป็นดาวเสีย)

ตัวอย่าง 2
พิจารณา ปทุมเกณฑ์ ต่อ หากดวงชะตาเข้าหลักปทุมเกณฑ์ และมีเพียง 1 ดวง ที่มีคุณภาพต่ำ จะให้ผลอย่างไรกับเจ้าชะตา

จันทร์ คุณภาพที่ระดับ 88 สถิต ลาภะ -> เป็นผู้มากมายแห่งความสำเร็จ
พฤหัส คุณภาพที่ระดับ 5 สถิต พันธุ -> ครอบครัว/หลักทรัพย์ สั่นคลอน ไม่สมบูรณ์ไม่เป็นปรึกแผ่น มีความคิดเห็นที่ไม่ถูกต้องตามหลักคุณธรรม (ความหมายของพฤหัสเสีย)
ศุกร์ คุณภาพที่ระดับ 90 สถิต สหัชชะ -> เป็นที่รักในแวดวงสังคม เป็นคนเด่นคนดังในสังคม

รวมคำพยากรณ์ เจ้าชะตามีกิริยาท่าทางเป็นมิตร มีเสน่ห์หาต่อผู้พบเห็น (ดาวจันทร์และศุกร์ยังอำนวยและทำหน้าที่ตามสถานะของดาว)
แต่ดาวพฤหัสเสียมีความคิดเห็นไม่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม เรือนพันธุมีตำหนิ เพราะดาวพฤหัสเสีย ต้องตามไปดูเจ้าเรือนพันธุอีกทีว่าอยู่ในเรือนมงคล
หรือมีดาวดวงอื่นที่พอจะคล้ำจุนเรือนพันธุได้หรือไม่ ถ้าปรากฎว่ามีให้พยากรณ์ในเรือนพันธุว่าดีพอตามสถานะของดาวเจ้าเรือนพันธุ

ตัวอย่าง 3
หากดัดแปลง ดวงปทุมเกณฑ์ โดยการสลับตำแหน่งดาว

พฤหัสสิบเอ็ดแท้ แก่ลัคน์ (ดาว 5 เป็น 11 แก่ลัคน์)
ศุกร์สี่สุขนัก แช่มช้า (ดาว 6 เป็น 4 แก่ลัคน์)
จันทร์สามดั่งนี้จัก เจริญสุข เด่นนักแล (ดาว 2 เป็น 3 แก่ลัคน์)

พฤหัสฯ สถิต ลาภะ -> เป็นผู้มากมายแห่งคุณธรรม/ความรู้ เป็นนักปราชญ์ที่มีความสำเร็จในการต่างๆ (ภพลาภะ ยังหมายถึง อุดมสมบูรณ์/มากมาย)
ศุกร์ สถิต พันธุ -> ครอบครัวอยู่อย่างสบายๆ มีความสุขอบอุ่นเป็นที่รักของคนในครอบครัว
จันทร์ สถิต สหัชชะ -> จิตใจโอบอ้อมอารี ใส่ใจผู้อื่น เป็นที่รักโดดเด่นมีเสน่ห์ในสังคม

ผู้ที่มีเกณฑ์ชะตาแบบนี้ ก็จัดว่ามีวาสนาที่ดี (สมมติให้ดาวทั้ง 3 ดวงดังกล่าวมีคุณภาพสูง)

ผู้อ่านจะสังเกตุเห็นถึงการอ่านดาวที่สถิตในเรือนต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดาวศุภเคราะห์สถิตเรือนมงคล (เรือนมงคลคือ ทุกเรือนยกเว้น อริ มรณะ วินาส)
ซึ่งในดวงชะตาต่างๆ จะมีรูปแบบต่างกันไป หรือกล่าวได้ว่า ในดวงชะตาทุกดวง จะได้เกณฑ์อยู่แล้ว เพียงแต่ไม่ได้ถูกตั้งชื่อเกณฑ์เอาไว้
ซึ่งเกณฑ์ดังกล่าวจะเป็นเกณฑ์ดีหรือเกณฑ์ร้ายให้ผลอย่างไรกับเจ้าชะตาก็พิจารณาเป็นเกณฑ์ๆ ไป

ได้รับแจ้งจากทีมงานว่า ได้รับ Email จากผู้ใช้โปรแกรมว่าไม่มีปทุมเกณฑ์ในมาตรฐานดาว (เกษตร อุจ นิจ .. .) ควรจะใส่เข้าไปในโปรแกรมพยากรณ์ชะตาชีวิตพลโชติ
จะขออธิบายดังนี้ มาตรฐานดาว กับ ปทุมเกณฑ์ เป็นคนละเรื่องกัน ปทุมเกณฑ์ไม่ได้ทำให้คุณภาพดาวเปลี่ยนแปลง
ปทุมเกณฑ์เป็นชื่อตั้งเอาไว้สำหรับการที่ดาวได้ตำแหน่งตามสูตรที่นิยามเอาไว้ ซึ่งคุณภาพและตำแหน่งดาวต่างหากที่เป็นตัวบอกว่าเป็นเกณฑ์ดีหรือเกณฑ์ร้าย
หรือเป็นตัวการที่ให้เกิดเกณฑ์ขึ้นมา ปทุมเกณฑ์ก็เช่นเดียวกัน การที่ ดาว 6 เป็น 3 แก่ลัคน์ ดาว 5 เป็น 4 แก่ลัคน์ ดาว 2 เป็น 11 แก่ลัคน์
เมื่อเข้ากฎนิยาม 3 ข้อนี้จึงให้ชื่อว่า ปทุมเกณฑ์

เกณฑ์ต่างๆ ที่มีระบุในตำรามีจำนวนมากเราไม่จำเป็นต้องจำ เพียงแต่ไปศึกษาหัดอ่านตำแหน่งที่ดาวสถิตแล้วให้ผลอย่างไรกับเจ้าชะตา
เหมือนกับ เราฝึกอ่านหนังสือ กอ ไก่ ขอ ไข่ พอเราอ่านได้ชำนาญ ใครเอาบทความอะไรมาให้เราอ่าน เราก็สามารถอ่านออกมาได้หมด

ที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นตอน (ต้นตอนที่ 10) เป็นการอ่านลักษณะดาวสถิตเรือน มาวิเคราะห์ (เช่น ดาว 2 สถิตเรือนลาภะ) แต่ยังไม่รวมดาวเจ้าเรือนสถิตเรือน
(เช่น ดาวเจ้าเรือนอริสถิตเรือนปัตนิ) ต่อไปนี้จะนำเจ้าเรือนมาวิเคราะห์ด้วย

ตัวอย่าง 4
เราจะใช้ตัวอย่าง ดวงปทุมเกณฑ์ เหมือนเดิม

พิจารณารูป 1 -> ดาว 2 เป็นเจ้าเรือนลาภะ สถิตเรือนลาภะ
พิจารณารูป 2 -> ดาว 2 เป็นเจ้าเรือนอริ สถิตเรือนลาภะ

2 รูปเป็นดวงปทุมเกณฑ์ที่มีรายละเอียดต่างกันไป ในรูป 2 ที่เรือนลาภะ ความสำเร็จต้องได้มาอย่างลำบาก/หรือได้มาแบบไม่สมบูรณ์ เนื่องจาก ดาว 2 เป็นเจ้าเรือนอริ
ส่วนรูป 1 ความสำเร็จได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยไม่ติดขัด เนื่องจาก ดาว 2 เป็นเจ้าเรือนลาภะ
การพิจารณาในรูปแบบเจ้าเรือนสถิตเรือนใดนั้น หมายถึง ความเป็นไปในชีวิต การพิจารณาในรูปแบบลักษณะดาวสถิตเรือนใดนั้น หมายถึง การเอื้ออำนวยของดาว
ดวงปทุมเกณฑ์ 2 ดวงในรูป 1 และ 2 จัดว่ามีการเอื้ออำนวยของดาวเป็นไปในทางที่ดี (ปทุมเกณฑ์) จะมากน้อยอย่างไรก็เป็นไปตามคุณภาพดาวแต่ละดวง
ส่วนความเป็นในชีวิตทั้ง 2 ดวงในรูปนั้นจะแตกต่างกันลงไป ตามสถานะของความเป็นเจ้าเรือน

ตัวอย่างที่ 5
พิจารณา ดวงปทุมเกณฑ์ แต่คราวนี้ ใส่ ดาว 7 ลงที่เรือนปัตนิ (ดาว 7 เล็งลัคนา)

ดวงนี้เข้าหลักปทุมเกณฑ์ และ สมมติให้ดาวทั้ง 3 ดวง คือ ดาว 2,5,6 มีคุณภาพสูงเพื่อให้ครบนิยามของปทุมเกณฑ์ มีดาว 7 สถิตที่เรือนปัตนิ
ดาว 7 เป็นดาวชูโรง ให้ผลบาปเคราะห์สถิตในเรือนปัตนิ ทำให้ทุกข์ใจในเรือนปัตนิ
เจ้าชะตาในจักราศีที่ 3 นี้ยังคงได้ผลอย่างปทุมเกณฑ์ และได้ผลจากดาวบาปเคราะห์คือดาว 7 ในเรือนปัตนิด้วย
ส่วนดาวที่เหลือ คือ 1 3 4 ก็ต้องถูกพิจารณาร่วมด้วยเหมือนกัน ซึ่งจะเป็นเรืองราวอะไรแบบไหน ก็ให้พิจารณาจากดาว/ดาวเจ้าเรือน/เรือนที่สถิต ในตัวอย่างนี้ จะชี้ให้เห็นว่าการที่เป็นดวงปทุมเกณฑ์เพียงอย่างเดียวนั้น ก็ไม่สามารถจะมีชีวิตที่สมบูรณ์ ต้องดูดาวดวงอื่นพยากรณ์ไปด้วย

ตัวอย่างที่ 6
ที่ตำแหน่งเดียวกันของปทุมเกณฑ์ แต่เปลี่ยนจากดาวศุภเคราะห์ที่มีคุณภาพสูงมาเป็น ดาวบาปเคราะห์ที่มีคุณภาพดาวต่ำมากๆ จะส่งผลอย่างไรกับเจ้าชะตา
ให้ผู้อ่านลองวิเคราะห์เอง ถ้าวิเคราะห์ได้ก็ถือว่าผ่านตอนที่ 10

อธิบายคำว่า “ลักษณะดาวสถิตเรือน” คือเอาดาวอย่างเดียวไม่สนใจว่าเป็นเจ้าเรือนใด เช่น ดาวอาทิตย์สถิตเรือนลาภะ , ดาวจันทร์สถิตเรือนมรณะ เป็นต้น